วันศุกร์ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
‘คนละครึ่ง’คือนโยบายรัฐบาล
‘บิ๊กป้อม’ออกตัว
เมินตอบโต้จุรินทร์หลังถูกอัด
ยืนยันไม่กระทบพรรคร่วมรบ.
ปชป.ลุยเก็บแต้มโค้งสุดท้าย
“บิ๊กป้อม”เมิน“จุรินทร์”อัดใช้ คนละครึ่ง ปล้นกลางแดด ออกตัวพูดชัด ย้ำเป็นนโยบายรัฐบาล ไม่ได้เคลมเป็นผลงาน พปชร.ไม่กระทบสัมพันธ์พรรคร่วมฯไม่หวั่นปม “ธรรมนัส” ถูกร้องสัญญาจะให้ ปัด“บิ๊กตู่”ไม่เกี่ยวการเลือกตั้ง “สส.พปชร.”เหน็บกลุ่มการเมืองเก่าขยันสร้างวาทกรรม เลิกเคลมผลงานคนอื่น ปชป.ปราศรัยใหญ่‘ชุมพร-สงขลา’14ม.ค.’ราเมศ’อัดผู้มีอำนาจ หยุดใช้อำนาจรัฐ เอื้อเลือกตั้งซ่อม 2 เขต จี้กกต.สอบสวนปมหาเสียงสัญญาว่าจะให้เงิน เข้าข่ายผิดกม.ชัด ‘นิพนธ์’อัดพปชร.ปราศรัยให้เลือกคนรวย ตรรกะวิบัติ ทำลายระบอบปชต.‘อนุทิน’ปัดตอบปม2พรรคใหญ่ โต้ใช้นโยบายรัฐหาเสียง
เมื่อวันที่ 13มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์กรณีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.)ปราศรัยระบุว่าโครงการคนละครึ่งเป็นของรัฐบาล พรรคการเมืองใดนำไปใช้หาเสียงเป็นผลงานตัวเอง ถือว่าเป็นการลัก วิ่ง ชิง ปล้น กลางแดด ว่าโครงการคนละครึ่ง ตนบอกว่าเป็นนโยบายของรัฐบาล และปราศรัยไปว่า รัฐบาลทำอะไรไปบ้าง เช่น นโยบายคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้บอกว่าเป็นผลงานของพรรคพลังประชารัฐ
เมื่อถามว่าการปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์กันเองของพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดปัญหาภายในรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า“ไม่มี สื่ออย่ามาถามเรื่องนี้”เมื่อถามถึงการขึ้นเวทีปราศรัยบ่อยครั้งรู้สึกอย่างไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า“ไม่รู้สึกอะไรเพราะไม่ใช่นักการเมือง”
เมิน‘ธรรมนัส’ถูกร้องสัญญาจะให้
เมื่อถามว่าพรรคก้าวไกล ไปยื่นร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า การปราศรัยของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่จ.สงขลา อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ก็แล้วแต่ กกต. ตนไม่มีความกังวลในเรื่องดังกล่าว และ ร.อ.ธรรมนัส ก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาพูดเรื่องคนจนคนรวย ไม่เห็นจะมีสัญญาอะไรเลยและพรรคก็ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูแล้วก็ไม่เป็นอะไร
เมื่อถามย้ำว่าร.อ.ธรรมนัส ปราศรัยและแสดงท่าทีตบกระเป๋าพร้อมถามว่าประชาชนจะเอาหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า“ผมไม่รู้ สื่อต้องไปถาม ร.อ.ธรรมนัส”
ลั่นไม่มีหมัดเด็ด แต่อยู่ที่การทำงาน
เมื่อถามว่าโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง จะมีหมัดเด็ดอะไรทำให้พรรคชนะเลือกตั้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีแล้วแต่ประชาชนจะไปเลือกใคร ส่วนหมัดเด็ดอะไรนั้น ไม่มี มีแต่หมัดที่ทำงาน เพราะทำงานทุกวันอยู่แล้ว เมื่อถามอีกว่าในการเลือกตั้งซ่อม มีเครื่องลางของขลังอะไรที่จะทำให้ชนะเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประสิตรตอบว่า“ไม่มี ไม่มีเคล็ดลับอะไร ก็พูดกันตามความจริง”เมื่อถามถึงการเลือกตั้งซ่อมเขตหลักสี่ พล.อ.ประวิตรจะลงพื้นที่ช่วยหาเสียงและปราศรัยด้วยหรือไม่พล.อ.ประวิตรกล่าวว่าก็แล้วแต่ทางพรรคจะพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรตนก็พร้อมปฏิบัติ
ยันนายกฯไม่ได้เกี่ยวเลือกซ่อม
เมื่อถามว่าช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ได้กำชับอะไรเกี่ยวกับการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวสวนกลับมาทันทีว่า“นายกฯเกี่ยวอะไรด้วย นายกฯก็ทำงานของท่านไป เพราะเรื่องพรรค เรื่องการเมืองเป็นเรื่องของผม”
ส่วนกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ระบุหากพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนนายสิระ เจนจาคะ อดีตส.ส.กทม.เท่ากับสนับสนุนคนผิด พล.อ.ประวิตรตอบสวนกลับว่า“สิระเขาไม่ได้สมัครเลือกตั้งซ่อม แล้วจะมีความผิดอะไร เป็นเรื่องของภรรยาเขา ก็ว่าไป พรรคสนับสนุนใครก็ได้ ที่ไม่มีเรื่องมีราวแล้วแต่คณะกรรมการบริหารพรรค”
พปชร.เหน็บขยันสร้างวาทกรรม
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)กล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มการเมืองเก่าแก่ กล่าวอ้างถึงนโยบายลดภาระค่าใช้จ่ายให้ประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจพร้อมอ้างว่า เป็นส่วนหนึ่งผลงานที่กลุ่มการเมืองของตนเองมีส่วนร่วมนั้นว่า ขอแนะนำให้หลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งใช้มาตลอดเวลากว่า30ปีโดยเฉพาะการคิดประดิษฐ์สร้างสรรค์วาทกรรมทางการเมือง เพื่อยกตนข่มผู้อื่น
“ทั้งนี้ หากใช้เวลาในช่วงที่คิดเรื่องการสร้างวาทกรรมทำลายผู้อื่น เปลี่ยนแปลงเป็นวิธีการคิดสร้างสรรค์เพื่อบริหารกระทรวงที่รับผิดชอบ ทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพตามที่ได้รับมอบหมายมีผลงานที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนน่าจะเป็นเรื่องที่เหมาะสมกว่า ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมที่จะร่วมทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลที่มีมากถึง 17 พรรคด้วยความเข้าอกเข้าใจให้โอกาสและพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอต่างๆเป็นอย่างดี สิ่งสำคัญที่สุด คือ ฃพรรคไม่เคยเคลมนโยบายผลงานของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันมาเป็นผลงานของตัวเอง”นายสัณหพจน์ ย้ำ
นิพนธ์ซัดพปชร.ปราศรัยทำลายปชต.
ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทยรองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวถึงพรรคพลังประชารัฐปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่สงขลา ระบุว่าควรจะเลือกคนที่มีฐานะการเงินและชาติตระกูลดีว่า ตรรกะแบบนี้เป็นอันตราย และทำลายระบอบประชาธิปไตยที่เราต่อสู้กันมาหลายสิบปี เราพัฒนากันไปไกลแล้ว วันนี้กลับจะย้อนยุคกลับไปใช้เงิน เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ เชื่อว่า หลักประชาธิปไตยพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นหลักความเสมอภาค หรือ ภราดรภาพ ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยบ้านเราวิบัตอีกครั้งหนึ่ง เราควรจะได้ไตร่ตรองเรื่องนี้และศึกษาอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจเลือกตั้ง เพราะการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เป็นการนำเสนอหลักประชาธิปไตยที่ผิดเพี้ยนจากหลักภราดรภาพ และความเสมอภาค ยิ่งทำให้สังคมมีความเหลื่อมล้ำมากขึ้นอีก รวมถึงความเหลื่อมทางการเมือง ทำให้ประชาธิปไตยบ้านเราเดินไปข้างหน้าไม่ได้อย่างแน่นอน ถึงเวลานี้เราต้องเดินหน้าระบอบประชาธิปไตย ต้องไม่ให้เรื่องการเงินเป็นเรื่องใหญ่ในระบอบประชาธิปไตย
ปชป.ปราศรัยใหญ่ชุมพร-สงขลา14ม.ค.
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประสานงานส่วนกลาง กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมในเขต1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลาว่าขณะนี้อยู่ในช่วงโค้งสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งซ่อมในทั้ง 2 เขต ในพื้นที่ผู้สมัครจะเน้นการเดินพบปะประชาชนควบคู่ไปกับการจัดเวทีปราศรัย ซึ่งจะมีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 14 มกราคม พร้อมกันทั้ง 2งเขต โดยจะมีแกนนำพรรคไปร่วมปราศรัย เช่นเวทีที่ จ.ชุมพร จะมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรัฐมนตรี ร่วมขึ้นเวทีปราศรัย
อัดหยุดใช้อำนาจรัฐเอื้อลต.ซ่อม2เขต
นายราเมศ กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองบางพรรค ยังใช้อำนาจในการแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่เพื่อบังคับข่มขู่ ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและครอบครัว ให้มีการเลือกผู้สมัครของพรรคตนในพื้นที่ทั้งสองเขต ซึ่งเรากำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด
จี้กกต.จัดการหาเสียงเข้าข่ายผิดกม.
โฆษกพรรค ปชป.กล่าวอีกว่าส่วนที่มีส.ส.ของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคขึ้นปราศรัยที่ จ.สงขลา แล้วมีการปราศรัยในลักษณะสัญญาว่าจะให้ ชัดเจนซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา73ที่ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใด จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน ด้วยวิธีการสัญญาว่าจะให้ เพราะมีการพูดชัดว่าหากเลือกผู้สมัครในวันข้างหน้าจะมีการดูแลประชาชนในเรื่องเงินทองเพราะมีเงิน เรื่องนี้คณะกรรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) สามารถสอบสวนได้ทันที เพราะมีข่าวปรากฏอยู่ทั่วไปและวินิจฉัยไม่ยากเพราะผิดกฎหมายชัดเจน หากไม่ผิดนั่นแสดงว่าต่อไป ก็สามารถพูดจาในลักษณะว่าจะให้เงินในวันข้างหน้าได้ เพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์ดังนั้นต้องฝากความหวังไว้กับ กกต.เพราะการได้มาซึ่งประชาธิปไตยสุจริต ทุกคนต้องช่วยกัน
ตอกอย่าหาเสียงอวดรวยดูถูกปชช.
นายราเมศ กล่าวว่าส่วนที่มีคนปราศรัยว่าให้เลือกชาติตระกูลดี และมีเงินนั้น ต้องยอมรับว่าประชาชนในพื้นที่เขต 6 จ.สงขลา มีความรู้สึกกับเรื่องนี้มาก การใช้เรื่องชาติตระกูลและความร่ำรวยมาพูดเสมือนเป็นการดูถูกประชาชน แบ่งชนชั้น นี่คือความปวดใจของประชาชน ถ้าเป็นแบบนั้น เชื่อว่าลูกชาวบ้านอย่างนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีทางได้เป็น ส.ส.ไม่มีทางได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนรวยที่บอกว่า เข้ามาจะไม่โกง มีมากมายที่เข้ามาแล้วโกง สุดท้าย แม้แผ่นดินก็ไม่มีอยู่ ซึ่งพรรคฯมีความมั่นใจในเขตที่ 6 จ.สงขลา และเขต1 จ.ชุมพร ช่วงสุดท้ายของการรณรงค์หาเสียงบุคลากรของพรรคลุยเต็มที่จนถึงเวลา 18.00น.ของ วันที่ 15มกราคมนี้
‘สุภาพร’ลุยเก็บแต้มโค้งสุดท้าย
ที่ จ.สงขลา น.ส.สุภาพร กำเนิดผล ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 6 จ.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)เบอร์ 1กล่าวถึงการหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้งในวันที่ 16 ม.ค.ว่าช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียง ยังคงเน้นการเข้าถึงพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งให้มากที่สุดเพื่ออธิบายให้เห็นถึงนโยบายของพรรคและความตั้งใจที่จะเข้าไปทำหน้าที่ตัวแทนในสภา การทำให้ประชาชนได้เห็นถึงความตั้งใจ ความหวังของพี่น้องประชาชนในวันข้างหน้า ช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียง ลงพื้นที่เอาหัวใจไปมอบให้ประชาชนแสดงให้เห็นความจริงใจ เราอาสาเข้ามาทำงานและเชื่อว่า หากได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เขต 6 จ.สงขลา ก็จะไม่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง
ลั่นจริงใจไม่โอ้อวด ปัดปมคนรวย
ส่วนที่มีการหาเสียงให้เลือกผู้สมัครที่มีฐานะร่ำรวยนั้น ไม่ขอพูดถึงจะดีกว่า เพราะแนวทางการหาเสียงของแต่ละพรรคแตกต่างกัน ตนก็มีแนวทางหาเสียงตนคือ การแสดงความจริงใจ ไม่โอ้อวดและให้เกียรติพี่น้องประชาชนทุกคน เราอยู่กันด้วยการให้เกียรติและเคารพกันและไม่อยากให้ต้องมาแบ่งชนชั้นกัน
‘ภท.’ปัดตอบปม2พรรคใหญ่ตอบโต้
บ่ายวันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางเข้าเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการการเชื่อมโยงทางรถไฟระหว่างไทย ลาว และจีนครั้งที่ 1/2565 ณ ห้องประชุม301ตึกบัญชาการ 1โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวกรณีที่พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์มีการตอบโต้กัน เรื่องการใช้โครงการคนละครึ่ง มาเป็นนโยบายหาเสียงของพรรคตัวเองโดยนายอนุทินได้ยกมือปฏิเสธ พูดสั้นๆว่า”ขอเข้าประชุมรถไฟรางคู่ก่อน” ขณะที่ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เลขาธิการพรรคที่เดินตามมาได้ยิ้มๆพร้อมกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า”รักกันไว้เถิด”
กกต.ตรวจความพร้อมเลือกซ่อมชุมพร
วันเดียวกัน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 1จ.ชุมพรที่จะมีการเลือกตั้ง ในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคมนี้ โดยมี น.ส.จันทิมา พันธมนต์ รองผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจ.ชุมพร รายงานการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด19และภาพรวมการหาเสียงของผู้สมัครเรียบร้อย ขณะนี้ยังไม่มีเรื่องร้องเรียน
โดยนายอิทธิพรได้เน้นย้ำเรื่องการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย (กปน.)ถือเป็นตัวแทนที่แท้จริงของกกต.ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งทั่วไป ถ้า กปน.ทำหน้าที่ไม่ดี ไม่ครบถ้วนจะเกิดความเสียหายขึ้นกับ กกต.อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในการเลือกตั้งส.ส.ซึ่งมีกว่า 93,800 หน่วยเลือกตั้ง มีเรื่องร้องกปน.น้อย พอเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)มีร้องสูงถึง 120 หน่วย ล่าสุดจัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)กลับมีการร้องกปน.เพิ่มสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นต้องให้ความสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการจัดทำบัญชีรายชื่อกปน.เลย
สงขลา1เรื่องก้าวไกลร้อง‘ธรรมนัส’
ด้านนางพะเยีย ศิริโชติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์กรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง ว่า สำหรับเรื่องร้องเรียนมียื่นเข้ามาให้ กกต.ดำเนินการตรวจสอบคือกรณีที่พรรคก้าวไกลขอให้ตรวจสอบว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีการปราศรัยเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบคำร้องก่อนพิจารณาว่าจะรับไว้เป็นคำร้องหรือไม่
ส่วนการขึ้นเวทีปราศรัยที่เข้าข่ายผิดกฎหมายหรือการกระทำผิดของผู้สมัครนั้น เรามีชุดปฏิบัติการข่าว ทั้งของจังหวัดและส่วนกลางลง พื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เช่นเดียวกับผู้ตรวจการเลือกตั้ง จะลงพื้นที่จนถึงวันเลือกตั้ง รวมทั้งชุดเคลื่อนที่เร็วคอยทำหน้าที่ตรวจสอบ หาข่าวและป้องปรามการทุจริตการเลือกตั้ง