ชนสนั่น 6 คันติด! เจ็บ 1 หลังรถทุเรียนถูกปาดหน้าพลิกคว่ำ ซ้ำกระบะอัดต่อ ส่วนเทรลเลอร์ตัวต้นเหตุขับหนี
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม ร.ต.ท.วิทวัส เกื้อมณี ร้อยเวร สภ.นิคมพัฒนา ระยอง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะบรรทุกทุเรียน ชนกับ รถเทรลเลอร์ที่ขับตัดหน้า ก่อนจะขับหนีไป เหตุเกิดที่หน้าตลาดมายอง ถ.สาย 36 (ขาเข้าระยอง) ต.หนองบอน อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและสายตรวจในพื้นที่สกัดรถดังกล่าว ก่อนจะพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศล เดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน บท 3314 มุกดาหาร ที่บรรทุกทุเรียนมาเต็มคันพลิกคว่ำตะแคงข้างอยู่กลางถนน โดยที่คนขับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำรถยนต์กระบะมิตซูบิชิสีน้ำเงิน มาเปิดสัญญาณไฟ เพื่อเตือนให้รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุ ในระหว่างที่กำลังให้ความช่วยเหลือและเคลียร์พื้นที่
ร.ต.ท.วิทวัส กล่าวว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังทำงานอยู่ จู่ๆ รถยนต์กระบะสี่ประตูสีเทา ยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน 3 ขณ 4553 กรุงเทพมหานคร ที่ขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนรถยนต์กู้ภัยที่จอดให้สัญญาณอยู่ กระเด็นไปชนรถยกอีกคัน จนกระเด็นตกคูน้ำกลางถนน ส่วนรถกระบะฟอร์ดกระเด็นไปกลางถนน
เป็นจังหวะที่รถยนต์กระบะตู้ทึบสีขาว ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน 2 ฒล 8581 กรุงเทพมหานคร ที่ขับมาทางตรงหลบไม่ทันพุ่งชนรถยนต์ฟอร์ดที่อยู่กลางถนน จนรถทั้งสองคันกระเด็นตกไปร่องน้ำริมถนน สร้างความตกตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก
จากการตรวจสอบพบว่า มีรถชนกันทั้งหมด 6 คัน รถเทรลเลอร์ต้นเหตุได้ขับหลบหนีไป โดยพบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียง 1 ราย คือคนที่ขับรถยนต์ฟอร์ดสี่ประตู เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่ง รพ.นิคมพัฒนา ส่วนผู้ประสบเหตุที่เหลือ ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
จากการสอบสวน นายทวิช เก่งเขตรกิจ อายุ 42 ปี คนขับรถทุเรียน กล่าวว่า รู้สึกตกใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถึงสองครั้ง โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ โดยก่อนเกิดเหตุขับรถบรรทุกทุเรียนจาก จ.ชุมพร กำลังไปส่งที่ตลาดผลไม้ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง พอมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถเทรลเลอร์ได้กลับรถกะทันหัน จึงทำให้เบรกไม่ทันพุ่งชนจนรถพลิกคว่ำ ส่วนรถเทรลเลอร์ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ไม่ยอมหยุดรถขับหลบหนีไปเลย
นายชาญชัย น่วมจิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างพรกุศล เจ้าของรถยนต์ให้สัญญาณที่ถูกชน กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนหากพบสัญญาณไฟฉุกเฉิน ควรชะลอความเร็ว ส่วนเหตุที่เกิดขึ้น มีการเปิดไฟให้เห็นชัดเจนแล้ว แต่ด้วยความเร็วจึงทำให้รถไม่สามารถเบรกได้ทัน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุ และเตรียมสอบสวนคนขับรถทุกคัน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามรถเทรลเลอร์คันที่หลบหนีไป มาตรวจสอบ และดำเนินคดีต่อไป