การหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง ที่ จ.ชุมพร สงขลา และ กทม. ดุเดือดเลือดพล่านผู้สมัครแต่ละคนทุ่มสุดตัว มีการฟ้องร้องกันรุงรังพันตู ล่าสุดนางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต9พรรคพปชร. ยื่นร้องต่อ กกต. สอบนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัครพรรคกล้า เข้าข่ายหาเสียงโจมตี ใส่ร้าย ป้ายสี

จี้ กกต.อย่าเกียร์ว่างโกงเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประสานงานส่วนกลาง กล่าวว่า เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร และเขต 6 จ.สงขลา วันที่ 14 ม.ค.พรรคจะจัดปราศรัยใหญ่พร้อมกันทั้ง 2 เขต โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นำคณะไปช่วยที่ จ.ชุมพร ส่วนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค นำทีมไปช่วยที่ จ.สงขลา ส่วนกรณีที่บางพรรคยังใช้อำนาจรัฐแทรกแซงเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งบังคับข่มขู่ตัวเจ้าหน้าที่รัฐ และครอบครัวให้เลือกผู้สมัครของพรรคตนเองนั้น เกิดขึ้นทั้ง 2 เขต รวมถึงกรณีแกนนำพรรคใหญ่ไปหาเสียงที่ จ.สงขลา ในลักษณะสัญญาว่าจะให้พูดชัดว่าหากเลือกผู้สมัครของตนเอง ในวันข้างหน้าจะมีการดูแลประชาชนในเรื่องเงินทอง เพราะมีเงินเรื่องนี้ กกต.สามารถสั่งสอบสวนได้ทันที เพราะเข้าข่ายกระทำผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 73 ขอให้ กกต.ดูแลเรื่องนี้ด้วย
ให้เลือกคนรวยคนดีไม่ได้เกิด
นายราเมศกล่าวอีกว่า กรณีมีการปราศรัยให้เลือกคนจากชาติตระกูลดีและมีเงิน การใช้เรื่องชาติตระกูลและฐานะความร่ำรวยมาพูดหาเสียงเสมือนดูถูกประชาชนและแบ่งชนชั้น นี่คือความปวดใจของประชาชน ถ้าแบบนี้ลูกชาวบ้านอย่างนายชวนหลีกภัย ไม่มีทางได้เป็น ส.ส. ไม่มีทางได้เป็นนายกฯ คนรวยที่บอกว่าเข้ามาแล้วจะไม่โกง แต่มีมากมายที่เข้ามาแล้วโกง สุดท้ายไม่มีแผ่นดินอยู่

“บิ๊กป้อม” มั่นใจ “ธรรมนัส” ไม่ผิด
เมื่อเวลา 12.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า การปราศรัยถึงโครงการคนละครึ่ง ก็บอกว่าเป็นนโยบายรัฐบาล รัฐบาลทำอะไรไปบ้าง เช่น นโยบายคนละครึ่ง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ได้บอกว่าเป็นผลงานของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อถามว่า การปราศรัยวิพากษ์วิจารณ์กันเองของพรรคร่วมรัฐบาลจะเกิดปัญหาในรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มี สื่ออย่ามาถามเรื่องนี้ เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกลยื่นร้องต่อ กกต. ว่าการปราศรัยของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ จ.สงขลา อาจเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้แล้วแต่ กกต. ไม่กังวล ร.อ.ธรรมนัสแค่พูดเรื่องคนจนคนรวย ไม่เห็นมีสัญญาอะไร ให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดูแล้วไม่เป็นอะไร
โต้ “เหรียญทอง” ออกหน้าให้ “สิระ”
เมื่อถามถึงกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ ระบุว่าหากพรรคพลังประชารัฐสนับสนุนนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส.กทม. เท่ากับสนับสนุนคนผิด พล.อ.ประวิตรตอบสวนกลับว่า“สิระเขาไม่ได้สมัครเลือกตั้งซ่อม แล้วจะมีความผิดอะไร เป็นเรื่องของภรรยาเขาก็ว่าไป พรรคสนับสนุนใครก็ได้ที่ไม่มีเรื่องมีราว แล้วแต่คณะกรรมการบริหารพรรค” เมื่อถามย้ำว่า ช่วงโค้งสุดท้ายการหาเสียงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้กำชับอะไรเกี่ยวกับการหาเสียงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า“นายกฯเกี่ยวอะไรด้วย นายกฯก็ทำงานของท่านไป เรื่องพรรค เรื่องการเมือง เป็นเรื่องของผม”

โร่ร้อง กกต. “อรรถวิชช์” ใส่ร้าย
ช่วงเช้า ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 14 เขตหลักสี่นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 9 หลักสี่-จตุจักร พรรค พปชร. ลงพื้นที่หาเสียง ต่อมาเวลา 10.30 น. นางสรัลรัศมิ์เข้าร้องเรียนต่อ กกต.กรณีนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต9พรรคกล้า ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคพลังประชารัฐน่าจะส่งคนที่มีคุณภาพมากกว่านี้ เข้าข่ายหาเสียงโจมตี ใส่ร้าย ป้ายสี ขัด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา73 (5) หรือไม่ นางสรัลรัศมิ์กล่าวว่า นายอรรถวิชช์เอาอะไรมาเป็นเกณฑ์ตัดสินศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ว่าใครเก่งหรือไม่เก่ง ขอใช้สิทธิเพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเอง และยังได้รับเสียงร้องเรียนจากชาวชุมชนริมคลอง ที่ถูกนายอรรถวิชช์พาดพิงว่ามีการขายเสียง โดยไม่มีหลักฐาน เหมือนดูถูกและกล่าวหาว่าพวกเขาขายสิทธิขายเสียง กำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบว่าเข้าข่ายความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่ เพื่อแจ้งดำเนินคดีที่ สน.ทุ่งสองห้องต่อไป
ย้ำอีกครั้งนี้ซื้อเสียงหนักสุด
ขณะที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 9 พรรคกล้า ตระเวนลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดและชุมชนย่านชินเขต เขตหลักสี่ ตั้งแต่ช่วงเช้า เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านที่จับจ่ายใช้สอยตลาดเช้า นายอรรถวิชช์กล่าวว่า กังวลว่าการระบาดของโควิดจะทำให้คนไม่ออกมาใช้สิทธิ เมื่อถามถึงกระแสข่าวการซื้อเสียงในพื้นที่ นายอรรถวิชช์ตอบว่า ตลอด 17 ปีที่ทำงานการเมืองมา ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องการซื้อเสียงหนักเท่าครั้งนี้ จำนวนเม็ดเงินที่สูงและทั่วถึง แต่มั่นใจคน กทม.ว่ามีวิจารณญาณ ถ้าประชาชนออกมาใช้สิทธิเกินกว่าร้อยละ 70 เชื่อว่าการซื้อเสียงเอาไม่อยู่ ส่วนการปราศรัยใหญ่จะจัดในวันที่ 28ม.ค. เน้นความเป็นพรรคที่เดินหน้าการเมืองสร้างสรรค์ การเมืองคุณภาพ และเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ
“สุรชาติ” ปราศรัยใหญ่ 14 ม.ค.
น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 14 ม.ค. จะเป็นการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต9 พรรคเพื่อไทย ที่ชุมชนเสนานิคม 2 ซอยพหลโยธิน 34 หัวข้อ “ผู้แทนฯในยุควิกฤติ ความสำคัญของหลักสี่-จตุจักร บทบาทของผู้แทนฯในสภา-นอกสภา 17 ปีแห่งความหวัง ทำไมต้องเพื่อไทยเท่านั้น” มีนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรค นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. ร่วมปราศรัยรวมบุคลากรของพรรคเป็นกำลังหนุนนายสุรชาติ ที่แม้จะไม่ได้โอกาสได้เป็น ส.ส. แต่ยังคงลงพื้นที่ดูแลประชาชนต่อเนื่อง การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นการวัดพลังระหว่างสิทธิและเสียงของผู้มีใจรักประชาธิปไตยกับอำนาจมืดที่แฝงตัวมาในคราบนักการเมือง พรรคใดอยู่กับพี่น้องประชาชน และพรรคใดที่ละทิ้งพี่น้องประชาชน
เหน็บพรรคเก่าแก่เลิกตีโพยตีพาย
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค พปชร. กล่าวว่า พรรคเราไม่เคยเคลมผลงานของพรรคร่วมรัฐบาลมาเป็นผลงานตัวเอง วันนี้สินค้าอุปโภค-บริโภคมีราคาแพงขึ้น อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงหนึ่งที่ดูเหมือนทำงานเช้าชามเย็นชาม การที่บางพรรคออกมาตีโพยตีพาย ขณะที่พรรคอื่นกำลังแก้ปัญหาความเดือดร้อนประชาชน ควรคิดทบทวนการบริหารนโยบายที่มักแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้งที่ได้รับโอกาสบริหารกระทรวงที่รับผิดชอบด้านนี้มากว่า 2 ปี การเรียกร้องผ่านสนามเลือกตั้งอยากได้การเมืองที่สุจริต ไม่ใช่มาร้องขอความเห็นใจ ความเป็นธรรมไม่ใช่มรดกตกทอด การทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน นั่นคือความเป็นธรรม

“เทือก” ส่งแรงเชียร์ “ลูกหมีสู้ๆ”
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) กล่าวผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ว่า ติดตามสถานการณ์เลือกตั้งซ่อมทั้ง 2 จังหวัด ที่ จ.ชุมพร ถือว่าหนักหนาสาหัสเอาเรื่อง พรรคพลังประชารัฐส่งทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค ลงพื้นที่ลุยเอง ระดมสรรพกำลังประกาศครึกโครมว่า แพ้ไม่ได้ ไม่ทราบว่าเขาจะใช้วิธีการอย่างไร ทำได้แต่เพียงส่งเสียงเชียร์ว่า “ลูกหมีสู้ๆ” คิดว่าพี่น้องเขต 1 จ.ชุมพร ที่รักและสงสาร “ลูกหมี” (นายชุมพล จุลใส) คงต้องออกแรงกันมากเป็นพิเศษ ส่วนพื้นที่เขต 6 จ.สงขลา สถานการณ์รุนแรงดุเดือดไม่น้อยกว่ากัน เชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่คงเข้าใจได้ รู้กันในทีว่านายถาวร เสนเนียม ตั้งใจสนับสนุนใครเป็น ส.ส. และขอให้พี่น้องทั้ง 2 เขต เป็นหูเป็นตาระวังไม่ให้เป็นการเลือกตั้งที่ไม่ยุติธรรม จะเป็นการทดสอบครั้งสำคัญทั้งพรรค การเมือง และหัวใจของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
“สมศักดิ์” ลั่นยังมีไฟการเมือง
ที่บ้านพัก จ.สุโขทัย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร. จัดงานวันคล้ายวันเกิดครบ 66 ปี บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย มีนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ภรรยา และคนสนิทเข้าร่วมเท่านั้น มีการแจกข้าวซอย ข้าวเหนียวหมูทอด ผลไม้ ขนมลอดช่อง ถั่วทอด โอทอปของจังหวัด นายสมศักดิ์กล่าวว่า สิ่งที่ตั้งใจอยากทำคือช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ชาวบ้าน ยืนยัน 42 ปีทางการเมือง ยังมีไฟแก้ปัญหา อาจทำได้ไม่ทั้งหมด แต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด ขอปวารณาตัวทำงานรับใช้รัฐบาล และพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ การทำงานของกระทรวงยุติธรรม เน้นช่วยเหลือประชาชนเป็นหลัก นำความยุติธรรมใส่มือประชาชน
ทสท.ลุยปลดล็อก ม.256 แก้ รธน.
นายโภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนประเทศพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยให้การตอบรับข้อเสนอของคณะรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ พร้อมสนับสนุนแคมเปญโหวตผ่านร่างกฎหมาย ผ่านการลงชื่อเสนอร่างในวันที่ 17 ม.ค.-16 เม.ย. เนื่องจากเห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 272 และบทเฉพาะกาลที่ให้ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯไม่เป็นประชาธิปไตย นายกฯต้องมาจาก ส.ส. ทั้งนี้พรรคไทยสร้างไทยยังเตรียมร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ที่นอกจากรัฐสภาเป็นผู้พิจารณา และเห็นชอบแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว ยังสามารถมอบให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ดำเนินการได้เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกตัวแทนเข้ามามีส่วนร่วม ควบคู่กับการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272
“สมคิด” อัด “บิ๊กตู่” ไม่ไยดี ปชช.
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไม่เคยให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงใจ ประเทศข้าวยากหมากแพง สู้กับโควิด-19 คนกำลังจะอดตาย ยังหลับหูหลับตาอนุมัติงบฯ 1.38 หมื่นล้านบาท ซื้อเครื่องบินรบ เอามารบกับใคร อะไรที่เป็นของกองทัพจะอนุมัติอย่างเร่งด่วน แต่อะไรที่เป็นผลประโยชน์ประชาชนกลับนิ่งเฉย อย่างกรณีเกษตรกรหมดตัววัวตายจากโรคลัมปีสกินมา 7-8 เดือน ยังไร้วี่แววเยียวยา โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ระบาดก็ปกปิดมานาน ทั้งหมดจะนำไปอภิปรายในสภาฯตามมาตรา 151-152 ให้เห็นว่า รัฐบาลไม่สนใจไยดีประชาชน บรรดาลิ่วล้อที่ออกมาปกป้องก็เพื่อผลประโยชน์ตัวเองไม่ได้หวังดีกับประชาชน หากทำเพื่อประชาชนจริงควรบอกให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาอออกหรือยุบสภา ประเทศเดินไม่ได้แล้ว
แซะ “ลุงตู่–เสี่ยต่อ” อย่าตีเนียน
นายภาควัต ศรีสุรพล ส.ส.ขอนแก่น คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในหมูน่าจะเกิดตั้งแต่ปี 2562 แต่รัฐบาลไม่ยอมรับ ส.ส.พรรคเพื่อไทยสอบถามเรื่องนี้หลายหน ทั้งเป็นเอกสารราชการ ทั้งตั้งกระทู้ถามรัฐบาลไปเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2562 เราพยายามสอบถามผ่านสื่อมวลชนมาตลอด แต่รัฐบาลกลับพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมรับ จนกระทั่งเกิดความเสียหายอย่างหนักต่อเกษตรกร อยากถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร รวมถึง รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ อธิบดีกรมปศุสัตว์ด้วย จะทำเป็นเนียนให้เรื่องเงียบไปเองคงเป็นไปไม่ได้
ตั้งเป้าแก้จนคนชายแดนใต้
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธานประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ครั้งที่ 1/2565 ที่ประชุมรับทราบผลการขับเคลื่อนโครงการ “ตำบล มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน” ผ่านโครงการนำร่อง “1 ข้าราชการ 1 ครัวเรือนยากจน” โดย พล.อ.ประวิตรย้ำว่า ให้ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และกำหนดให้ปี 65 เป็นปีแห่งการแก้ปัญหาความยากจน ขับเคลื่อนขยายผลพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ให้อยู่ดีกินดี มีการศึกษาที่ดี มีงานทำ มีรายได้ ควบคู่การสร้างความเข้าใจ กับทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ความสันติสุขในพื้นที่ที่ยั่งยืน
ปัดเสริมรั้วทำเนียบฯกันม็อบ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเข้าสำรวจอาคาร สถานที่ และรั้วรอบทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ว่า เป็นเพียงขั้นตอนรวบรวมข้อมูลเตรียมการปรับปรุง บำรุงรักษาตามภารกิจปกติด้านอาคารสถานที่ เบื้องต้นยังไม่มีการจัดตั้งโครงการปรับปรุงรั้วทำเนียบฯ คณะกรรมการที่ปรึกษาปรับปรุงอาคารโบราณสถานและอาคาร สถานที่ของสำนักเลขาธิการนายกฯต้องพิจารณานำเสนอกรมศิลปากรพิจารณา ก่อนจะดำเนินการใดๆ การนำเสนอปรับปรุงความสูงของรั้วเป็นเพียงข้อเสนอแนะด้านวิศวกรรม ไม่เกี่ยวกับการรองรับการชุมนุมหน้าทำเนียบฯ ที่ผ่านมานายกฯให้ความใส่ใจ โดยให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุม ส่งผู้แทนไปรับเรื่องร้องทุกข์อยู่ตลอด
จวก จนท.โยธาฯสำรวจพลการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีรั้วทำเนียบฯ เจ้าหน้าที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทยมาตรวจสอบตามแผนปรับปรุงทำเนียบรัฐบาล 100 ปี ที่เตรียมตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านี้ตามปกติ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยังติงกับคนใกล้ชิดว่า หากรั้วสูงจะบดบังทัศนียภาพของตึกไทยคู่ฟ้า และตึกอื่นๆในทำเนียบรัฐบาล เมื่อมีกระแสข่าวปรับปรุงรั้วทำเนียบฯให้สูงขึ้น ทำให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯตำหนิเจ้าหน้าที่โยธาฯที่เข้ามาสำรวจว่า ไม่แจ้งล่วงหน้าจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด

“มาดามแป้ง” ไม่สนการเมือง
ต่อมาเวลา 16.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนวลพรรณ ล่ำซำ หรือมาดามแป้ง ผู้จัดการทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนนำนักฟุตบอลทีมชาติไทย เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ถึงเสียงเชียร์ให้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า ยืนยันว่าถึงวันนี้ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น ความจริงไม่ได้สนใจจะลงเล่นการเมือง แต่จะให้ตอบปฏิเสธไปเลยวันนี้คงไม่ใช่ เพราะบางทีการพูดไปแล้วอนาคตอาจเกิดเป็นโชคชะตา คำพูดจะถูกจารึกเป็นประวัติศาสตร์ จึงขอพูดว่า ณ วันนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรไป วันนี้มีความสุขกับสนามกีฬา เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค พปชร. ยังไม่ได้ทาบทามใช่หรือไม่ นางนวลพรรณตอบว่า ยังไม่มีอะไร
ศาลปล่อย “รุ้ง” ไปเรียนถึง 16 มิ.ย.
ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำสั่งขอปล่อยชั่วคราว ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องแกนนำคณะราษฎร ที่มี น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล เป็นจำเลยที่ 5 กรณีเหตุการณ์ชุมนุมปักหมุด ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.63 ต่อหรือไม่ ก่อนหน้านี้ได้รับการประกันตัวพร้อมเงื่อนไขจนครบกำหนดแล้วเมื่อวันที่ 12 ม.ค.64 ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า สืบเนื่องจากที่ศาลได้เคยมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวอย่างจำกัด ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.64 จนถึงวันที่ 12 ม.ค.64 โดยวางเงื่อนไขให้จำเลยที่ 5 ได้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยไม่ปรากฏว่าได้ประพฤติผิดเงื่อนไข การที่จำเลยที่ 5 ขอให้ปล่อยชั่วคราวต่อเนื่องไป เพื่อที่จะเรียนและสอบให้สำเร็จการศึกษาในภาคเรียนที่ 2 ของปี 4 จำเลยที่ 5 ตั้งใจที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขตามที่ศาลกำหนดทุกประการ เห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 5 นับแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 มิ.ย.64 มีประกันในวงเงิน 600,000 บาท และกำหนดเงื่อนไข ห้ามทำกิจกรรมหรือกระทำการใดๆ ที่อาจกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และศาลในทุกด้าน ห้ามเข้าร่วมชุมนุมที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ให้มารายงานตัวทุก 30 วัน และให้มารายงานตัว และส่งตัวในวันที่ 16 มิ.ย.65 เวลา 10.00 น.
“คอรีเยาะ” ซัด ตร.เลือกปฏิบัติ
ที่ สน.ลุมพินี น.ส.คอรีเยาะ มานุแช นายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน เข้าพบ พ.ต.ท.พงศักดิ์ การรัตน์ รอง ผกก. (สอบสวน) สน.ลุมพินี รับทราบข้อกล่าวหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการร่วมกิจกรรม “ราษฎรพิพากษามาตรา 112” เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.64 น.ส.คอรีเยาะเปิดเผยว่า ตั้งใจมาเพื่อปฏิเสธข้อกล่าวหา เนื่องจากขณะนี้พื้นที่กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวสามารถจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของประชาชนได้ และยังเป็นสิทธิเสรีภาพการมีส่วนร่วมกับกิจกรรมทางการเมืองของประชาชน เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกลั่นแกล้ง เนื่องจากบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯกับประชาชนที่มีความเห็นต่างทางการเมืองโดยเฉพาะ
ศาลอยุธยาปล่อยตัวไร้เงื่อนไข
นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล จากเดิมที่ครบกำหนดวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา ไปจนกว่าการพิจารณาคดีจะเสร็จสิ้น โดยนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 8 ก.พ.นี้ โดยไม่มีเงื่อนไขอื่น ยกเว้นเรื่องห้ามไปกระทำการใดๆให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามไปร่วมชุมนุมที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายต่อบ้านเมือง และห้ามออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดูแลให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาล และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม
ส่ง “ฟิล์ม” ตามจี้คดีฟ้อง “แรมโบ้”
ที่ สน.บางเขน นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ “ฟิล์ม” รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายประพันธ์ เย็นสุข ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย เข้าพบ พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก. (สอบสวน) บก.น.2 ปฏิบัติราชการ สน.บางเขน ติดตามความคืบหน้ากรณีคุณหญิงสุดารัตน์แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายเสกสกล อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้ กรณีหมิ่นประมาท พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดีนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติ ประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ที่โพสต์ลงเฟซบุ๊ก เป็นภาพคุณหญิงสุดารัตน์และเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน ระบุชื่ออ้างว่าเป็นของคุณหญิงสุดารัตน์ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง มีเนื้อหาหมิ่นประมาท เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา